หาดกะรน สถานที่ท่องเที่ยวภูเก็ต
หาดกะรน
อยู่ถัดจากหาดกะตะไปทางเหนือ มีเพียงเนินเขาเตี้ย ๆ คั่นอยู่เท่านั้น แต่ถ้าจะไปที่กลางหาดกะรนและหมู่บ้านกะรน มีถนนแยกจากหาดกะตะไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร อ่าวกะรนใหญ่กว่าอ่าวกะตะ มีชายหาดยาวเหยียด เหนือชายหาดเป็นเนินทรายสูงๆ ต่ำๆ มีสนทะเลต้นใหญ่ๆ และต้นตาลขึ้นเรียงรายอยู่โดยทั่วไป หาดทรายที่อ่าวกะรนขาวสะอาดและละเอียดมาก
หาดกะตะ
อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ต 17 กิโลเมตร ไปตามเส้นทางถนนเจ้าฟ้าถึงห้าแยกฉลองเลี้ยวขวาไปตามถนนหมายเลข 4028 หาดกะตะแบ่งออกเป็น 2 หาดคือ หาดกะตะใหญ่ กับหาดกะตะน้อย เป็นหาดที่เหมาะสำหรับการเล่นน้ำและใช้เป็นที่ฝึกดำน้ำ เนื่องจากมีแนวปะการังติดต่อกันไปจนถึงเกาะปูซึ่งอยู่ด้านหน้าหาดกะตะ บริเวณชายหาดมีบ้านพัก บริษัทนำเที่ยว ร้านค้า แหล่งบันเทิง ไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยวด้วย
การเดินทางท่องเที่ยวเกาะต่างๆ รอบภูเก็ตและในทะเลอันดามัน
ภูเก็ตมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการท่องเที่ยวทางทะเลบริการอย่างพร้อมมูล ทำให้เมืองภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในน่านน้ำทะเลอันดามัน ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำดูปะการัง เล่นน้ำตามแนวหาดทราย การตกปลา ชมธรรมชาติป่าเขา และโขดหินบนเกาะ ภูเก็ตมีเกาะบริวารทั้งหมด 39 เกาะ ส่วนใหญ่อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ต เกาะที่น่าสนใจ ได้แก่
เกาะราชาใหญ่ เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาวสะอาด มีหาดทางด้านตะวันตกอยู่ระหว่างหุบเขาเป็นรูปคล้ายเกือกม้า เรียกว่า “อ่าวน้ำตาตก” หรือ “อ่าวบังกะโล” มีหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสะอาดลักษณะคล้ายทะเลแถบหมู่เกาะสิมิลัน บนยอดเขาทางใต้ของอ่าว มีจุดชมวิวสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเกาะใต้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมี อ่าวสยาม อ่าวทือ ที่มีหาดทรายขาว และทางตะวันออกของเกาะคือ “อ่าวขอนแค” จะมีปะการังเขากวาง ประการังอ่อน เป็นจุดดำน้ำดูปะการังที่สมบูรณ์จุดหนึ่ง
การเดินทาง สามารถเช่าเรือหางยาวเหมาลำได้ที่อ่าวฉลอง ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง หรืออาจใช้บริการนำเที่ยวของบริษัททัวร์ทั่วไปในตัวเมืองภูเก็ต ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินทางคือเดือนธันวาคม-เดือนเมษายน บนเกาะมีที่พักบริการ
เกาะราชาน้อย อยู่ห่างจากเกาะราชาใหญ่ 11 กิโลเมตร เป็นเกาะที่เกิดจากทับถมของหินปะการัง จึงมีโขดหินมากกว่าหาดทราย ทางด้านตะวันตกมีอ่าวเล็ก ๆ สำหรับจอดเรือ น้ำทะเลใสสีเขียวมรกต ไม่เหมาะสำหรับเล่นน้ำ แต่เป็นแหล่งตกปลาที่มีปลาชุกชุม
เกาะไม้ท่อน เป็นเกาะที่มีปะการังสวยงาม น้ำทะเลใสหาดทรายขาว เหมาะสำหรับผู้ชอบการดำน้ำและตกปลา บนเกาะมีที่พักบริการ
เกาะเฮ เป็นเกาะที่มีหาดทรายสวยงาม และมีปะการังสมบูรณ์ นั่งเรือจากหาดราไวย์ เป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร บนเกาะมีที่พักบริการนักท่องเที่ยว
เกาะโหลน พื้นที่เกาะเป็นภูเขามีที่ราบริมทะเล มีเรือโดยสารออกจากอ่าวฉลอง เวลา 18.11-19.11 น. ราคา 151 บาท ต่อคน หรือเช่าเรือหางยาวเหมาลำ ราคาประมาณ 811 บาท ใช้เวลาเดินทางเพียง 21 นาที มีที่พักบริการบนเกาะ
เกาะตะเภาใหญ่ ใช้เวลาเดินทางโดยทางเรือจากอ่าวมะขามเพียง 11 นาที บนเกาะมีนกเงือกอาศัยอยู่ มีร้านอาหารและที่พักบริการ
เกาะรังใหญ่่ อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ต เป็นเกาะเล็ก ๆ เงียบสงบ มีบริษัทนำเที่ยวจัดนำเที่ยวชมฟาร์มมุก พายเรือแคนู ขี่จักรยานรอบเกาะ
เกาะมะพร้าว อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ต เดินทางด้วยเรือโดยสารจากท่าเรือแหลมหินใช้เวลาประมาณ 15 นาที บนเกาะมีหมู่บ้านประมง ที่ยังมีวิถีชีวิตแบบชาวบ้านเดิม ๆ นอกจากนั้นยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่สามารถเดินศึกษาเองได้ หรือหาเช่าจักรยานขี่ท่องเที่ยวรอบ ๆ เกาะก็ได้ และหากต้องการตกปลา นั่งเรือเที่ยวสามารถติดต่อหาเช่าเรือจากชาวประมง บนเกาะมีที่พักบริการ
เกาะนาคาน้อย เป็นเกาะเล็ก ๆ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะภูเก็ต เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงด้านการเลี้ยงมุก นักท่องเที่ยวสามารถซื้อทัวร์ชมฟาร์มมุกดูการสาธิตวิธีเลี้ยงมุก บนเกาะมีร้านขายมุกและร้านอาหารทะเลไว้บริการ มีชายหาดสำหรับพักผ่อนว่ายน้ำได้ สามารถเดินทางไปได้ตลอดปี การไปเที่ยวที่เกาะนาคาน้อยต้องติดต่อล่วงหน้าที่บริษัททัวร์ในตัวเมืองภูเก็ต บนเกาะไม่มีที่พัก
เกาะไข่นอก เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากเกาะภูเก็ตไม่มากนัก มีชายหาดสวยงามทรายละเอียดขาวรอบเกาะ เล่นน้ำได้ ด้านหลังของเกาะจะมีปลาเสืออยู่เป็นจำนวนมาก รอบ ๆ บริเวณมีปะการังเขากวาง ปะการังหินซ้อน สามารถเช่าเรือจากท่าเรือแหลมหิน เกาะไข่นอกเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมักแวะมาพักผ่อนเล่นน้ำ บนเกาะไม่มีบริการที่พัก
เกาะบอน เป็นเกาะเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของเกาะภูเก็ต มีหาดทรายขาว สามารถเล่นน้ำได้ เดินทางไปเที่ยวชมได้ แบบเช้าไปเย็นกลับ โดยเช่าเรือจากหาดราไวย์หรือแหลมกา ใช้เวลาเพียง 11 นาที ไม่มีที่พักบริการ
นอกจากนี้ มีเกาะในเขตจังหวัดพังงา กระบี่ และสตูล ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการนำเที่ยวของบริษัททัวร์ในภูเก็ต ได้แก่
เกาะยาวใหญ่ อยู่ในเขตจังหวัดพังงา แต่เดินทางจากจังหวัดภูเก็ตจะสะดวกกว่า มีชายหาดยาวเล่นน้ำได้ บนเกาะมีหมู่บ้านชาวประมง ที่มีชีวิตอยู่แบบเรียบง่าย มีบ้านพักแบบโฮมสเตย์ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะสัมผัสบรรยากาศวิถีชีวิตแบบพื้นบ้าน ร่วมกิจกรรมกับชาวบ้าน เช่นการออกไปจับปลา จับหอยชักตีน หอยแครง ขี่จักรยานเที่ยวศึกษาเส้นทางธรรมชาติ และมีที่พักเอกชนไว้บริการอีกด้วย การเดินทาง จากเกาะภูเก็ตมีเรือโดยสารออกจากท่าเรือบางโรงไปเกาะยาวใหญ่ เวลา 18.11 น. และเวลา 11.11 น. (เวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับกระแสน้ำขึ้นลง) ค่าโดยสารคนละ 31 บาท หรือเช่าเรือหางยาวลำละประมาณ 511 บาท ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง
หมู่เกาะในอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จังหวัดพังงา เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีเกาะประมาณ 311 เกาะ เป็นเกาะที่มีชื่อเสียง รูปร่างแปลกตาเป็นจุดท่องเที่ยวที่สวยงามและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เช่น เขาตะปู เขาพิงกัน เขาหมาจู เกาะปันหยี เป็นต้น
หมู่เกาะพีพีี อยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ อยู่นอกฝั่งเมืองกระบี่และภูเก็ต โดยมีระยะทางเท่ากัน ประมาณ 41 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะพีพีดอน และเกาะพีพีเล เกาะทั้งสองอยู่ห่างกัน 2.2 กิโลเมตร เป็นเกาะที่มีทัศนียภาพสวยงามทั้งบนบกและใต้น้ำ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปหมู่เกาะดังกล่าวทั้งแบบเช้าไป-เย็นกลับ และพักค้างแรม
นอกจากนี้ยังมีบริการนำเที่ยวจากเกาะภูเก็ตไปเกาะอื่นๆ เช่น หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะลันตา ตลอดถึงหมู่เกาะตะรุเตา
เกาะราชาใหญ่ เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาวสะอาด มีหาดทางด้านตะวันตกอยู่ระหว่างหุบเขาเป็นรูปคล้ายเกือกม้า เรียกว่า “อ่าวน้ำตาตก” หรือ “อ่าวบังกะโล” มีหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสะอาดลักษณะคล้ายทะเลแถบหมู่เกาะสิมิลัน บนยอดเขาทางใต้ของอ่าว มีจุดชมวิวสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเกาะใต้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมี อ่าวสยาม อ่าวทือ ที่มีหาดทรายขาว และทางตะวันออกของเกาะคือ “อ่าวขอนแค” จะมีปะการังเขากวาง ประการังอ่อน เป็นจุดดำน้ำดูปะการังที่สมบูรณ์จุดหนึ่ง
การเดินทาง สามารถเช่าเรือหางยาวเหมาลำได้ที่อ่าวฉลอง ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง หรืออาจใช้บริการนำเที่ยวของบริษัททัวร์ทั่วไปในตัวเมืองภูเก็ต ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินทางคือเดือนธันวาคม-เดือนเมษายน บนเกาะมีที่พักบริการ
เกาะราชาน้อย อยู่ห่างจากเกาะราชาใหญ่ 11 กิโลเมตร เป็นเกาะที่เกิดจากทับถมของหินปะการัง จึงมีโขดหินมากกว่าหาดทราย ทางด้านตะวันตกมีอ่าวเล็ก ๆ สำหรับจอดเรือ น้ำทะเลใสสีเขียวมรกต ไม่เหมาะสำหรับเล่นน้ำ แต่เป็นแหล่งตกปลาที่มีปลาชุกชุม
เกาะไม้ท่อน เป็นเกาะที่มีปะการังสวยงาม น้ำทะเลใสหาดทรายขาว เหมาะสำหรับผู้ชอบการดำน้ำและตกปลา บนเกาะมีที่พักบริการ
เกาะเฮ เป็นเกาะที่มีหาดทรายสวยงาม และมีปะการังสมบูรณ์ นั่งเรือจากหาดราไวย์ เป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร บนเกาะมีที่พักบริการนักท่องเที่ยว
เกาะโหลน พื้นที่เกาะเป็นภูเขามีที่ราบริมทะเล มีเรือโดยสารออกจากอ่าวฉลอง เวลา 18.11-19.11 น. ราคา 151 บาท ต่อคน หรือเช่าเรือหางยาวเหมาลำ ราคาประมาณ 811 บาท ใช้เวลาเดินทางเพียง 21 นาที มีที่พักบริการบนเกาะ
เกาะตะเภาใหญ่ ใช้เวลาเดินทางโดยทางเรือจากอ่าวมะขามเพียง 11 นาที บนเกาะมีนกเงือกอาศัยอยู่ มีร้านอาหารและที่พักบริการ
เกาะรังใหญ่่ อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ต เป็นเกาะเล็ก ๆ เงียบสงบ มีบริษัทนำเที่ยวจัดนำเที่ยวชมฟาร์มมุก พายเรือแคนู ขี่จักรยานรอบเกาะ
เกาะมะพร้าว อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ต เดินทางด้วยเรือโดยสารจากท่าเรือแหลมหินใช้เวลาประมาณ 15 นาที บนเกาะมีหมู่บ้านประมง ที่ยังมีวิถีชีวิตแบบชาวบ้านเดิม ๆ นอกจากนั้นยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่สามารถเดินศึกษาเองได้ หรือหาเช่าจักรยานขี่ท่องเที่ยวรอบ ๆ เกาะก็ได้ และหากต้องการตกปลา นั่งเรือเที่ยวสามารถติดต่อหาเช่าเรือจากชาวประมง บนเกาะมีที่พักบริการ
เกาะนาคาน้อย เป็นเกาะเล็ก ๆ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะภูเก็ต เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงด้านการเลี้ยงมุก นักท่องเที่ยวสามารถซื้อทัวร์ชมฟาร์มมุกดูการสาธิตวิธีเลี้ยงมุก บนเกาะมีร้านขายมุกและร้านอาหารทะเลไว้บริการ มีชายหาดสำหรับพักผ่อนว่ายน้ำได้ สามารถเดินทางไปได้ตลอดปี การไปเที่ยวที่เกาะนาคาน้อยต้องติดต่อล่วงหน้าที่บริษัททัวร์ในตัวเมืองภูเก็ต บนเกาะไม่มีที่พัก
เกาะไข่นอก เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากเกาะภูเก็ตไม่มากนัก มีชายหาดสวยงามทรายละเอียดขาวรอบเกาะ เล่นน้ำได้ ด้านหลังของเกาะจะมีปลาเสืออยู่เป็นจำนวนมาก รอบ ๆ บริเวณมีปะการังเขากวาง ปะการังหินซ้อน สามารถเช่าเรือจากท่าเรือแหลมหิน เกาะไข่นอกเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมักแวะมาพักผ่อนเล่นน้ำ บนเกาะไม่มีบริการที่พัก
เกาะบอน เป็นเกาะเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของเกาะภูเก็ต มีหาดทรายขาว สามารถเล่นน้ำได้ เดินทางไปเที่ยวชมได้ แบบเช้าไปเย็นกลับ โดยเช่าเรือจากหาดราไวย์หรือแหลมกา ใช้เวลาเพียง 11 นาที ไม่มีที่พักบริการ
นอกจากนี้ มีเกาะในเขตจังหวัดพังงา กระบี่ และสตูล ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการนำเที่ยวของบริษัททัวร์ในภูเก็ต ได้แก่
เกาะยาวใหญ่ อยู่ในเขตจังหวัดพังงา แต่เดินทางจากจังหวัดภูเก็ตจะสะดวกกว่า มีชายหาดยาวเล่นน้ำได้ บนเกาะมีหมู่บ้านชาวประมง ที่มีชีวิตอยู่แบบเรียบง่าย มีบ้านพักแบบโฮมสเตย์ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะสัมผัสบรรยากาศวิถีชีวิตแบบพื้นบ้าน ร่วมกิจกรรมกับชาวบ้าน เช่นการออกไปจับปลา จับหอยชักตีน หอยแครง ขี่จักรยานเที่ยวศึกษาเส้นทางธรรมชาติ และมีที่พักเอกชนไว้บริการอีกด้วย การเดินทาง จากเกาะภูเก็ตมีเรือโดยสารออกจากท่าเรือบางโรงไปเกาะยาวใหญ่ เวลา 18.11 น. และเวลา 11.11 น. (เวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับกระแสน้ำขึ้นลง) ค่าโดยสารคนละ 31 บาท หรือเช่าเรือหางยาวลำละประมาณ 511 บาท ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง
หมู่เกาะในอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จังหวัดพังงา เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีเกาะประมาณ 311 เกาะ เป็นเกาะที่มีชื่อเสียง รูปร่างแปลกตาเป็นจุดท่องเที่ยวที่สวยงามและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เช่น เขาตะปู เขาพิงกัน เขาหมาจู เกาะปันหยี เป็นต้น
หมู่เกาะพีพีี อยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ อยู่นอกฝั่งเมืองกระบี่และภูเก็ต โดยมีระยะทางเท่ากัน ประมาณ 41 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะพีพีดอน และเกาะพีพีเล เกาะทั้งสองอยู่ห่างกัน 2.2 กิโลเมตร เป็นเกาะที่มีทัศนียภาพสวยงามทั้งบนบกและใต้น้ำ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปหมู่เกาะดังกล่าวทั้งแบบเช้าไป-เย็นกลับ และพักค้างแรม
นอกจากนี้ยังมีบริการนำเที่ยวจากเกาะภูเก็ตไปเกาะอื่นๆ เช่น หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะลันตา ตลอดถึงหมู่เกาะตะรุเตา
พิพิธภัณฑ์เปลือกหอยภูเก็ต
ตั้งอยู่บนถนนสายห้าแยกฉลอง-หาดราไวย์ เป็นแหล่งรวบรวมเปลือกหอยหลากสีสันและลวดลายจากทั่วทุกมุมโลก โดยมีการจัดเรียงหอยเป็นหมวดหมู่ ซึ่งประกอบด้วย ฟอสซิล เปลือกหอย อายุหลายร้อยล้านปี เปลือกหอยยักษ์น้ำหนักกว่า 250 กิโลกรัม แอมโมไนท์ขนาดใหญ่เกือบเท่าล้อรถ ไข่มุกสีทองหนัก 140 กะรัต เปิดบริการให้เข้าชมทุกวัน เวลา 8.00-18.00 น. ค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท รายละเอียดติดต่อ โทร. 0 7638 1888, 0 7638 1274
หอชมวิวเขาขาด
หอชมวิวเขาขาด ตั้งอยู่ที่หมู่ 6 ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต บริเวณอ่าวมะขาม แหลมพันวา เป็นจุดชมวิวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต สร้างขึ้นตามโครงการขององค์การบริหารส่วนตำบลวิชิต บริเวณหอชมวิวเขาขาดมีทัศนียภาพที่เป็นเอกลักษณ์ในมุมสูง สามารถมองเห็นทัศนียภาพทั่วเกาะภูเก็ตได้ถึง 360 องศา อาทิ อ่าวฉลอง แหลมพันวา เกาะสิเหร่ เกาะบอน และเกาะน้อยใหญ่รอบ ๆ ภูเก็ต รวมทั้งตัวเมืองภูเก็ต สามารถดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชม สัมผัสกับความยิ่งใหญ่ตระการตาแห่งท้องทะเลอันดามันและความสวยงามของทิวทัศน์รอบเกาะภูเก็ต ภายในบริเวณหอชมวิวเขาขาดมีร้านขายของที่ระลึก ที่จอดรถกว้างขวาง และห้องน้ำไว้บรการด้วย
หาดในหาน
เป็นหาดที่อยู่ถัดจากแหลมพรหมเทพขึ้นไปทางทิศเหนือ อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 18 กิโลเมตร มีทางไปได้หลายทาง จะไปจากหาดราไวย์ โดยผ่านหรือไม่ผ่านแหลมพรหมเทพก็ได้ หรือถ้ามาจากห้าแยกฉลองไปทางหาดราไวย์ ประมาณ 3 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวาไปบ้านใสยวน หนองหาน ประมาณ 4 กิโลเมตร ชายหาดในหานไม่ยาวนัก หาดทรายขาวสะอาด ด้านหลังของชายหาดเป็นบึง ชาวบ้านเรียกว่าหนองหาน ระหว่างทะเลและบึงมีเพียงหาดทรายของหาดในหานขวางกั้นอยู่เท่านั้น ในช่วงฤดูมรสุมระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม คลื่นจะแรงมาก ไม่ควรลงเล่นน้ำเพราะอาจเกิดอันตรายได้
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต
ตั้งอยู่ที่ปลายแหลมพันวา จัดแสดงสัตว์น้ำที่สวยงาม แปลกตา หาชมได้ยาก โดยมีรูปแบบการจัดตู้เลี้ยงให้ใกล้เคียงกับแหล่งที่อยู่ตามธรรมชาติของสัตว์น้ำชนิดนั้น ๆ มากที่สุด เช่น หาดทราย หาดหิน แนวปะการัง ป่าชายเลน และป่าโกงกาง ภายในตัวอาคารได้แยกส่วนจัดแสดงออกเป็น 2 ส่วนคือ พันธุ์ไม้น้ำ สัตว์น้ำจืด และสัตว์ทะเล รวมทั้งทรัพยากรอื่นๆจากชายฝั่งถึงทะเล
- พันธุ์ไม้น้ำ สัตว์น้ำจืด มีตู้จัดแสดงสัตว์น้ำจืดมากกว่า 50 ชนิด เช่น ปลาไหลไฟฟ้า ปลาช่อนอเมซอน ปลากระเบนน้ำจืด
- สัตว์ทะเล ทะเลอันดามันเป็นแหล่งที่มีสัตว์ทะเลมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตได้คัดเลือกสัตว์ทะเลมาจัดแสดงทั้งในตู้ ตลอดจนการจัดแสดงในตู้อุโมงค์ขนาดใหญ่ ปริมาตร 200 ตัน แสดงปลากระเบนราหู ปลาฉลาม เป็นต้น นอกจากนั้นยังจัดแสดงปลาหมอทะเลขนาดใหญ่ในตู้ปริมาตร 120 ตัน
- พันธุ์ไม้น้ำ สัตว์น้ำจืด มีตู้จัดแสดงสัตว์น้ำจืดมากกว่า 50 ชนิด เช่น ปลาไหลไฟฟ้า ปลาช่อนอเมซอน ปลากระเบนน้ำจืด
- สัตว์ทะเล ทะเลอันดามันเป็นแหล่งที่มีสัตว์ทะเลมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ตได้คัดเลือกสัตว์ทะเลมาจัดแสดงทั้งในตู้ ตลอดจนการจัดแสดงในตู้อุโมงค์ขนาดใหญ่ ปริมาตร 200 ตัน แสดงปลากระเบนราหู ปลาฉลาม เป็นต้น นอกจากนั้นยังจัดแสดงปลาหมอทะเลขนาดใหญ่ในตู้ปริมาตร 120 ตัน
ตึกเก่าสถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุกีส
ชาวโปรตุเกสได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานและทำการค้าบริเวณเมืองท่ามะละกา และได้นำเอาศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนวิทยาการตะวันตกเข้ามาเผยแพร่ และได้สร้างบ้าน และสถาปัตยกรรมตามรูปแบบของตน ซึ่งช่างชาวจีนได้นำผังการก่อสร้างไปดำเนินการ แต่ลักษณะของสถาปัตยกรรมได้เพี้ยนไปจากเดิมโดยช่างชาวจีนได้ตกแต่งลวดลายสัญลักษณ์รวมถึงลักษณะรูปแบบบางส่วนของตัวอาคารตามคติความเชื่อของจีน เกิดการผสมผสานกันระหว่างสถาปัตยกรรมโปรตุเกสและจีน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวขึ้นท่ามกลางสังคมของกลุ่มชน 3 เชื้อชาติ อันได้แก่โปรตุเกส จีน และมาเลย์ ในดินแดนแหลมมลายู
ต่อมาเมื่อชาวดัตช์และอังกฤษเข้ามามีอิทธิพลในดินแดนแถบนี้ ก็ได้ปรับปรุงรูปแบบของอาคารโดยดัดแปลงและเพิ่มเติมลวดลายต่างๆ และมีชื่อเรียกลักษณะการก่อสร้างอาคารเหล่านี้ว่า สถาปัตยกรรม “ชิโนโปรตุกีส” คำว่า “ชิโน” หมายถึงคนจีน และคำว่า “โปรตุกีส” หมายถึง โปรตุเกส แม้ว่าอังกฤษและดัตช์จะเข้ามามีอิทธิพลในการผสมผสานศิลปะของตนเข้าไปในยุคหลังด้วยก็ตามก็ยังเรียกรวมกันว่า ชิโนโปรตุกีส
ในประเทศไทยพบสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีสได้ในจังหวัดภูเก็ตรวมถึง จังหวัดระนอง กระบี่ ตะกั่วป่า พังงา หรือตรัง ซึ่งอาคารส่วนใหญ่สร้างในสมัยของพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เป็นสมุหเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลภูเก็ต ในช่วงปี พ.ศ. 2444 - 2456 ในสมัยรัชกาลที่ 5 ภูเก็ตในสมัยนั้นมีความสัมพันธ์ทางด้านการค้ากับปีนัง อาคารแบบชิโนโปรตุกีสได้ถูกสร้างขึ้นโดยนักธุรกิจชาวจีนที่มีความร่ำรวยจากการทำธุรกิจเหมืองแร่ดีบุก
เมื่อปี พ.ศ. 2537 ทางเทศบาลนครภูเก็ต รวมทั้งหน่วยงานจากภาครัฐและองค์กรเอกชน องค์กรท้องถิ่นในเมืองภูเก็ต ได้ร่วมกันพัฒนาและอนุรักษ์ย่านเมืองเก่าขึ้นมา มีการกำหนดให้พื้นที่ประมาณ 210 ไร่ ซึ่งครอบคลุมถนนรัษฎา ถนนพังงา ถนนเยาวราช ถนนกระบี่ ถนนดีบุก ถนนถลาง ถนนเทพกระษัตรี ให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม โดยออกเป็นประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้มีการควบคุมให้พื้นที่อนุรักษ์นี้ ให้มีความสูงอาคารได้ไม่เกิน 12 เมตร และยังได้ส่งเสริมให้มีการพัฒนาอาคารในรูปแบบดั้งเดิมไว้ อย่างเช่นมีการให้เว้นช่องทางเดินด้านหน้า และคงรูปแบบอาคารลักษณะชิโนโปรตุกีสไว้ เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของเมืองภูเก็ต
อุทยานแห่งชาติสิรินาถ (หาดในยาง)
ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2524 อยู่ห่างจากตัวเมือง 30 กิโลเมตร ตามเส้นทางถนนเทพกษัตรี ผ่านสี่แยกอำเภอถลาง ตรงไปเมื่อถึงหลักกิโลเมตร 21-22 จะมีทางแยกด้านซ้ายเข้าไป 10 กิโลเมตร หรือจะไปทางแยกเข้าสนามบินเลี้ยวซ้าย 2 กิโลเมตร ครอบคลุมเนื้อที่ 56,250 ไร่ เป็นหาดทรายที่มีความยาวต่อเนื่องกันถึง 13 กิโลเมตร โดยเริ่มจาก
หาดในทอน ใช้เส้นทางไปอุทยานฯ เลี้ยวซ้ายที่หลักกิโลเมตร 21-22 เมื่อถึงทางแยกเข้าบ้านสาคู เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 3 กิโลเมตร หาดในทอน เป็นเวิ้งอ่าวที่งามแปลกตาทอดโค้งจากตัวเกาะเป็นที่กำบังคลื่นลมได้อย่างดี และเป็นหาดที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ
หาดในยาง เป็นที่ตั้งที่ทำการอุทยานฯ เป็นหาดที่มีสวนสนร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนและเล่นน้ำ นอกจากนี้ยังมีแนวปะการังขนาดใหญ่เป็นที่อาศัยของสัตว์ทะเลนานาชนิด โดยเฉพาะเต่าทะเลซึ่งจะขึ้นมาวางไข่บนหาด ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ แต่ปัจจุบันเต่าทะเลมีจำนวนลดลงมากจนแทบจะไม่เห็นเต่าขึ้นมาวางไข่อีกเลย
หาดไม้ขาว หรือหาดสนามบิน ไปตามเส้นทางถนนเทพกษัตรีผ่านทางแยกเข้าสนามบินตรงไปทางสะพาน
สารสินจะมีทางแยกด้านซ้ายมือ มีป้ายบอกทางเข้าหาดไม้ขาว เลี้ยวซ้ายไป 3.5 กิโลเมตร ก็จะถึงหาดไม้ขาว ซึ่งเป็นหาดที่มีจั๊กจั่นทะเลและเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่เช่นเดียวกับหาดในยาง
หาดทรายแก้ว เป็นหาดทรายขาวทอดยาวขนานกับทิวต้นสนอยู่ถัดจากหาดไม้ขาวไปจนถึงสะพานสารสิน นับเป็นหาดที่อยู่เหนือสุดของเกาะภูเก็ต
ค่าเข้าอุทยานฯ คนไทย ผุ้ใหญ่ คนละ 40 บาท เด็ก คนละ 20 บาท ชาวต่างประเทศ ผุ้ใหญ่ คนละ 200 บาท เด็ก คนละ 100 บาท
อุทยานแห่งชาติสิรินาถ มีที่พักบริการนักท่องเที่ยว บังกะโล จำนวน 10 หลัง ราคาหลังละ 600-1,200 บาท และเต็นท์ ราคา 100-300 บาท หากนำเต็นท์มาเองเสียค่าธรรมเนียมเช่าพื้นที่คนละ 20 บาท สอบถามข้อมูลได้ที่ อุทยานแห่งชาติสิรินาถ หาดในยาง ตำบลสาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83140 โทร. 0 7632 8226 กรมอุทยานแห่งชาติ กรุงเทพฯ โทร. 0 2561 2919, 0 2579 7223, 0 2579 5734 หรือ www.dnp.go.th
หาดในทอน ใช้เส้นทางไปอุทยานฯ เลี้ยวซ้ายที่หลักกิโลเมตร 21-22 เมื่อถึงทางแยกเข้าบ้านสาคู เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 3 กิโลเมตร หาดในทอน เป็นเวิ้งอ่าวที่งามแปลกตาทอดโค้งจากตัวเกาะเป็นที่กำบังคลื่นลมได้อย่างดี และเป็นหาดที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ
หาดในยาง เป็นที่ตั้งที่ทำการอุทยานฯ เป็นหาดที่มีสวนสนร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนและเล่นน้ำ นอกจากนี้ยังมีแนวปะการังขนาดใหญ่เป็นที่อาศัยของสัตว์ทะเลนานาชนิด โดยเฉพาะเต่าทะเลซึ่งจะขึ้นมาวางไข่บนหาด ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ แต่ปัจจุบันเต่าทะเลมีจำนวนลดลงมากจนแทบจะไม่เห็นเต่าขึ้นมาวางไข่อีกเลย
หาดไม้ขาว หรือหาดสนามบิน ไปตามเส้นทางถนนเทพกษัตรีผ่านทางแยกเข้าสนามบินตรงไปทางสะพาน
สารสินจะมีทางแยกด้านซ้ายมือ มีป้ายบอกทางเข้าหาดไม้ขาว เลี้ยวซ้ายไป 3.5 กิโลเมตร ก็จะถึงหาดไม้ขาว ซึ่งเป็นหาดที่มีจั๊กจั่นทะเลและเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่เช่นเดียวกับหาดในยาง
หาดทรายแก้ว เป็นหาดทรายขาวทอดยาวขนานกับทิวต้นสนอยู่ถัดจากหาดไม้ขาวไปจนถึงสะพานสารสิน นับเป็นหาดที่อยู่เหนือสุดของเกาะภูเก็ต
ค่าเข้าอุทยานฯ คนไทย ผุ้ใหญ่ คนละ 40 บาท เด็ก คนละ 20 บาท ชาวต่างประเทศ ผุ้ใหญ่ คนละ 200 บาท เด็ก คนละ 100 บาท
อุทยานแห่งชาติสิรินาถ มีที่พักบริการนักท่องเที่ยว บังกะโล จำนวน 10 หลัง ราคาหลังละ 600-1,200 บาท และเต็นท์ ราคา 100-300 บาท หากนำเต็นท์มาเองเสียค่าธรรมเนียมเช่าพื้นที่คนละ 20 บาท สอบถามข้อมูลได้ที่ อุทยานแห่งชาติสิรินาถ หาดในยาง ตำบลสาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83140 โทร. 0 7632 8226 กรมอุทยานแห่งชาติ กรุงเทพฯ โทร. 0 2561 2919, 0 2579 7223, 0 2579 5734 หรือ www.dnp.go.th
บ้านชินประชา
เป็นบ้านเก่าแก่สไตล์ชิโน-โปรตุกีส ซึ่งสร้างขึ้นเป็นแห่งแรกของเกาะภูเก็ต มีอายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ที่ถนนกระบี่ ตำบลตลาดเหนือ ในตัวเมืองภูเก็ต เป็นบ้านของตระกูล ตัณฑวณิช ผู้เป็นเจ้าของได้อนุรักษ์ตัวอาคารและเครื่องเรือนเครื่องใช้ต่าง ๆ ในบ้านไว้เป็นอย่างดี โดยมีความมุ่งหวังให้สถานที่แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ซึ่งเป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่แสดงถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของภูเก็ตผ่านการใช้ชีวิตของผู้คนชาวภูเก็ต ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา
ลักษณะที่โดดเด่นของบ้าน คือ เป็นบ้านสองชั้น ประตูบ้านลงรักปิดทอง มีอักษรจีน มีหน้าต่างไม้หลายบานซึ่งในบานหน้าต่างทำเป็นบานเกล็ดเปิดปิดได้ เมื่อเข้ามาในบ้านจะเย็นสบายอากาศถ่ายเทสะดวก เนื่องจากตรงกลางบ้านเปิดโล่งเพื่อระบายอากาศ และมีสระน้ำเล็ก ๆ อยู่กลางบ้าน พื้นกระเบื้องจากอิตาลี บันไดไม้มีลวดลายสวยงามมาก เครื่องเรือนส่วนใหญ่เป็นไม้ฝังมุกนำมาจากเมืองจีน มีเครื่องใช้ เครื่องครัวโบราณ ภาพถ่าย ภาพวาดในอดีตที่สวยงามและน่าสนใจ
บ้านชินประชาเปิดให้เข้าชมทุกวัน ค่าเข้าชมคนละ 100 บาท สอบถามรายละเอียด โทร. 0 7621 1167, 0 7621 1281
ความเป็นมาของบ้านชินประชาบ้านชินประชาสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2466 (ค.ศ.1903) หรือในปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระพิทักษ์ชินประชา (ตันม่าเสียง) บิดาของท่านคือ หลวงบำรุงจีนประเทศ (ตันเนียวยี่) เป็นชาวฮกเกี้ยนที่รับราชการทหารในประเทศจีน ต่อมาบิดาท่านได้เดินทางมายังประเทศไทยในปี พ.ศ. 2397 (ค.ศ. 1854) หรือในปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ประกอบกิจการทำเหมืองแร่ดีบุกที่เกาะภูเก็ต และกิจการค้าขายที่เกาะปีนัง
พระพิทักษ์ชินประชา (ตันม่าเสียง) ผู้สร้างบ้านหลังนี้ ถือกำเนิดที่เกาะภูเก็ตในปี พ.ศ. 2426 (ค.ศ.1883) เมื่ออายุได้ 20 ปี ท่านได้สร้างบ้านหลังนี้ตามแบบ ชิโน-โปรตุกีส เป็นหลังแรกของจังหวัดภูเก็ต หรือที่เรียกว่า อังม่อเหลา เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษเมืองจีน วัสดุส่วนอื่นของบ้านนั้นส่วนใหญ่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เนื่องจากการค้าขายทางเรือผ่านเกาะปีนังมายังภูเก็ต ในสมัยนั้นเฟื่องฟู เช่น รั้วบ้านจากฮอลแลนด์ กระเบื้องปูพื้นจากอิตาลี ฯลฯ ปัจจุบันบ้านชินประชามีอายุกว่า 100 ปี และมีลูกหลาน นับเนื่องเป็นรุ่นที่ 6 แล้ว
พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว
ตั้งอยู่ที่ถนนกระบี่ย่านเมืองเก่าภูเก็ต สถานที่แห่งนี้เดิมเป็นโรงเรียนสอนภาษาจีนแห่งแรกในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งชาวจีนฮกเกี้ยนบรรพบุรุษชาวจีนรุ่นแรกที่อพยพมาอยู่ที่ภูเก็ตได้ร่วมกันตั้งขึ้น ตัวอาคารแบบชิโนโปรตุกีสที่เห็นในปัจจุบันนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2477 บนหน้าจั่วอาคารเรียน มีรูปปูนปั้นเป็นรูปค้างคาวแดง ซึ่งสื่อความหมายถึง การรู้หนังสือคือโชคอันยิ่งใหญ่ เป็นการแสดงให้เห็นถึงการตระหนักถึงการให้การศึกษาแก่ลูกหลานชาวภูเก็ต ไม่เฉพาะการเล่าเรียน เพื่อให้อ่านออกเขียนได้เท่านั้น แต่หัวใจสำคัญของการศึกษาอยู่ที่การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และปรัชญาในการดำเนินชีวิต
ลักษณะของอาคารหลังนี้ เป็นอาคาร 2 ชั้น เมื่อเข้าไปด้านในเป็นห้องโถงกว้างใหญ่ มีห้องทั้งปีกซ้ายและขวา มีบันไดเดินขึ้นชั้นบน ซึ่งมีระเบียงล้อมรอบพื้นที่ว่างที่สามารถมองลงมาชั้นล่าง ด้านบนยังใช้เป็นห้องเรียนภาษาจีน ส่วนด้านล่างมักใช้จัดนิทรรศการต่าง ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะด้านศิลปะและวัฒนธรรม
ลานกว้างด้านหน้าอาคารจัดแสดงภาพถ่ายเก่า ๆ ของโรงเรียน ส่วนภายในอาคารจัดแสดงสิ่งของ หนังสือ ภาพถ่ายและเรื่องราวต่าง ๆ ของโรงเรียนภูเก็ตไทยหัวแล้ว ยังจัดเป็นห้องนิทรรศการภาพแสดงความเป็นมาของชาวจีนที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ภูเก็ต บุคคลสำคัญของภูเก็ต ชุดแต่งกายประจำถิ่น อาหารพื้นเมือง เทศกาลงานประเพณี อาคารแบบชิโนโปรตุกีส และภาพถ่ายเก่าแก่ที่แสดงความเป็นมาด้านเศรษฐกิจของภูเก็ตตั้งแต่ยุคเหมืองแร่ การทำสวนยางพารา และการท่องเที่ยว
เปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่เก็บค่าเข้าชม ดูรายละเอียดได้ที่ www.thaihua.net
ประตูเมืองสู่ภูเก็ต (Phuket Gateway
จัดสร้างโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี 2550 เพื่อให้ห้องรับแขกแห่งแรก ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาโดยทางรถยนต์ ผ่านสะพาน ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร เพื่อข้ามจากแผ่นดินใหญ่มายังเกาะภูเก็ต
ประตูเมืองภูเก็ตก่อสร้างบนพื้นที่ 25 ไร่ บ้านที่ฉัตรไชย ตำบลไม้ขาวอำเภอถลาง มีจุดเด่น คือ เสาประติมากรรมเรียงรายเป็นแนวยาว 29 ต้นที่มีการก่อสร้างขึ้น ตามแนวคิดว่า เลข 2 คือ ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร สองวีรสตรีของชาวภูเก็ต ส่วนเลข 9 มีนัยถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ จะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมา ศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ของภูเก็ต ผ่านข้อมูลที่จารึกอยู่บนเสาศิลา 29 ต้น ซึ่งได้เรียงร้อยเรื่องราวต่างๆ ของภูเก็ต ตั้งแต่ยุครุ่งเรืองจากการทำเหมืองแร่ดีบุก การทำเกษตรกรรม จนถึงยุคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือ ประติมากรรมเต่าทะเลกับไข่เต่าขนาดใหญ่ด้านหน้าอาคาร โดยฝีมือของศิลปินเอก ศาสตราจารย์ธนะ เลาหกัยกุล Thana Laohanayakul ซึ่งเป็นงานศิลปที่เล่าเรื่องหาดไม้ขาว สถานที่วางไข่ของเต่ามะเฟืองซึ่งอยู่ในจังหวัดภูเก็ต
นอกจากประตูเมืองภูเก็ตจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่แล้ว ยังมีศูนย์ให้บริการข้อมูลด้านการท่องเที่ยว มีห้องประชุมเล็ก และ mini theatre สำหรับแวะเยี่ยมชมวีดีทัศน์เกี่ยวกับภูเก็ต สารคดีท่องเที่ยว มีมุมสบาย โกปี้คอนเนอร์ Kopi Corner เพื่อดื่มชมกาแฟ ขนมพื้นบ้านอร่อย ๆ และซื้อของที่ระลึก ผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพจากทั่วเมืองไทย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ดีไซน์ของภูเก็ต ผ้าบาติก ไข่มุก อาหารแปรรูป และชิ้นงานศิลปะต่าง ๆ มีการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน ISO ของกลุ่มแม่บ้าน ห้องประชุมสัมมนาขนาด 60 ที่นั่ง ห้องสมุดพร้อมการสืบค้นทางอินเทอร์เน็ต เพื่อการท่องเที่ยว เปิดบริการทุกวันเวลา 9.00-17.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต โทร. 0 7621 1877, 0 7621 1866
แหลมพรหมเทพ
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต มีทัศนียภาพที่สวยงาม และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่ได้รับความนิยม เป็นที่ตั้งของประภาคารกาญจนาภิเษก สุดปลายของแหลมพรหมเทพ มีชื่อว่าแหลมเจ้า บริเวณตัวแหลมซึ่งยื่นออกไปในทะเล มีลักษณะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยต้นตาลที่ขึ้นอยู่กลุ่มใหญ่
แหลมพรหมเทพ ถูกจัดเป็นหนึ่งในโครงการมหัศจรรย์เมืองไทย 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จุดเด่นคือ “ชมพระอาทิตย์ตกทะเล สวยที่สุดในประเทศไทย
แหลมพรหมเทพเป็นแหลมที่มีหน้าผาสูงอยู่ทางใต้สุดของเกาะภูเก็ต เดิมชาวบ้านเรียกแหลมนี้ว่า “แหลมเจ้า” จากริมหน้าผามีแนวต้นตาลลาดสู่แหลมที่เป็นโขดหิน มองเห็นน้ำทะเลสีเขียวมรกตเป็นกระแสน้ำวนและลึก ไกลออกไป จะเห็นเกาะแก้วพิสดารอยู่ด้านหน้าแหลม และทางขวาจะมีถนนตัดไปหาดในหาน
แหลมพรหมเทพนับเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะวันที่อากาศดี ท้องฟ้าเปิด มีเมฆน้อย บรรยากาศพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพจะสวยงามมาก นักท่องเที่ยวทุกคน ที่มาเยือนภูเก็ต มักจะต้องหาโอกาสมาชมพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ
แหลมพรหมเทพ อยู่ห่างจากหาดราไวย์ไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จากถนนหน้าหาดราไวย์ เลี้ยวซ้าย ที่สามแยกแรก ไปตามป้ายบอกทางก็จะถึงแหลมพรหมเทพ
แหลมพรหมเทพนับเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะวันที่อากาศดี ท้องฟ้าเปิด มีเมฆน้อย บรรยากาศพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพจะสวยงามมาก นักท่องเที่ยวทุกคน ที่มาเยือนภูเก็ต มักจะต้องหาโอกาสมาชมพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ
แหลมพรหมเทพ อยู่ห่างจากหาดราไวย์ไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จากถนนหน้าหาดราไวย์ เลี้ยวซ้าย ที่สามแยกแรก ไปตามป้ายบอกทางก็จะถึงแหลมพรหมเทพ
หาดป่าตอง
หาดป่าตอง มีลักษณะเป็นอ่าวโค้งกว้าง มีน้ำทะเลใส หาดทรายที่สวยงาม เหมาะสำหรับ การเล่นกีฬา ทางน้ำทุกชนิด และยังเป็นหาดที่เป็นจุดศูนย์กลางของนักท่องเที่ยว จนเรียกได้ว่า นักท่องเที่ยวที่มาภูเก็ต ไม่มีใครที่ไม่รู้จักหาดป่าตอง หาดป่าตองยังเป็นหาด ที่มีสถานบันเทิงต่างๆ มากมายทุกประเภท ที่เปิดให้บริการ นักท่องเที่ยว นับเป็นหาดที่มีสิ่งอำนวยความสะดวก มากที่สุด ในภูเก็ต อาทิ สถานที่พัก บริษัทนำเที่ยว ศูนย์การค้า แหล่งบันเทิง เป็นต้น สินค้า และของที่ระลึกทุกชนิด หาได้ในหาดป่าตอง จนมีบางคน เคยพูดไว้ว่าถ้าหาอะไร ในหาดป่าตองไม่เจอก็ไม่ต้องไปหาที่อื่น ในจังหวัดภูเก็ต แต่ราคาของสินค้าในหาดป่าตองนั้น จะค่อนข้างสูง เนื่องจากลูกค้าส่วนมาก เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในการเลือกซื้อสินค้า ต้องอาศัยทักษะ ในการต่อรองราคา จึงจะซื้อได้ราคาถูก หาดป่าตอง อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ต 15 กิโลเมตร ตามเส้นทางถนนวิชิตสงครามหรือทางหลวง 4020 ประมาณ 9 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 4029 (จะมีป้ายบอกว่าไปหาดป่าตอง) อีก 6 กิโลเมตรซึ่งเป็นถนนที่ค่อนข้างคดเคี้ยวและมีความลาดชันสูง
หาดป่าตองถูกถล่มโดยคลื่นสึนามิในเหตุการณ์แผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547ปัจจุบันหาดป่าตองเป็นหนึ่งในชายหาดสำคัญที่ได้รับการติดตั้งระบบเตือนภัยสึนามิ มีการซักซ้อมการอพยพและการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอยู่อย่างสม่ำเสมอ เป็นระยะๆ
วัดพระทอง
วัดพระทอง นั้นเป็นวัดเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย แม้ไม่ทราบที่มาแน่ชัดเกี่ยวกับที่มาของหลวงพ่อพระผุดนี้ว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่มีตำนานเก่าแก่เล่ากันว่า พบอยู่ที่ภูเก็ตนี้เนิ่นนานมาแล้ว โดยมีนิทานพื้นบ้านกล่าวว่าครั้งหนึ่งมีเด็กเลี้ยงควายได้เอาควายไปผูกไว้กับพระเกตุมาลาเพราะคิดว่าเป็นไม้ หลังจากที่กลับมาถึงบ้าน ทั้งเด็กและควายก็เสียชีวิตลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ต่อมาพ่อของเด็กได้มีฝันบอกเหตุว่า เป็นเพราะบุตรชายได้เอาควายไปผูกไว้ที่พระเกตุมาลาของพระพุทธรูป ในตอนรุ่งเช้าไปดูเข้าจึงรู้ว่าเป็นพระพุทธรูปที่จมอยู่ในดิน แต่ขุดขึ้นมาได้เพียงแค่ครึ่งองค์เท่านั้น ภายหลังมีพระธุดงค์มาปักกลดบริเวณนั้นแล้วพบเข้าจึงได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้น
มีเรื่องเล่าอีกว่าเมื่อพระเจ้าปะดุงยกทัพพม่ามาตีเมืองถลางนั้น ทหารพม่าพยายามขุดองค์พระผุดขึ้นมาจากพื้นดิน เพื่อนำกลับไปพม่าแต่ไม่สำเร็จ เพราะขุดลงไปคราใดก็มีฝูงมดและแตนไล่ต่อยจนต้องละความพยายาม ประจวบกับที่กองทัพไทยยกมาช่วยเมืองถลางจึงล่าถอยไป มีคำกล่าวอ้างกันว่าสาเหตุที่เรียกพระผุดว่าพระทองอีกนามหนึ่งนั้น เนื่องจากครั้งหนึ่งพระครูวิตถารสมณวัตร์ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสรูปเดิมในอดีต ได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์วัดและพระผุดเนื่องจากเกรงว่าจะทลายลง เมื่อได้เอาเหล็กแหลมดอกเข้าไปใต้ฐานพระพุทธรูปนั้นมีเนื้อเป็นทองคำ อยู่ด้านในแต่ก็ได้พอกปูนทับลงไปเช่นเดิม ดังที่เห็นในปัจจุบันหากคำลือเลื่องนั้นได้แพร่หลายออกไปว่าพระผุดคือพระทองคำ จึงเป็นที่มาของชื่อพระทอง และวัดพระทองนั่นเอง ปัจจุบันบริเวณวัดพระทองแห่งนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ที่แสดงข้าวของเครื่องใช้ที่แสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนในอดีตให้ได้ชมด้วย














สวยมากเลย ภูเก็ต
ตอบลบเห็นแล้วอยากไปภูเก็ตจัง
ตอบลบมีเเต่ที่สวยๆๆเลย
ตอบลบสวยยยมากกกครับบ
ตอบลบ